บทที่ 3 ลานประหารแก้วิกฤติ
เช้าวันถัดมา ผมกำลังเตรียมตัวไปลานประหาร ความจริงคดีของสึนะนั้น ทั้งพยานและหลักฐานมีอยู่น้อยมาก ยากเกินที่จะระบุยืนยันความผิดของสึนะ แต่ด้วยอิทธิพลของตระกูลฮิเดโยชิ(ตระกูลของอิจิกะ) ทำให้สึนะต้องโทษประหารได้ไม่ยาก
ตลอดหลายวันที่ผ่านมา เจ้าหญิงนาตาชา(นางเอก1 ในฮาเร็มของพระเอก)และทัตสึยะได้วิ่งเต้นช่วยสึนะอย่างสุดกำลัง แต่ทั้งสองก็ไม่สามารถทำอะไรได้เพราะอิทธิพลของตระกูลฮิเดโยชิ ไม่มีใครหน้าไหนกล้าตั้งตัวเป็นปฏิปักษ์
ที่ลานประหาร พระราชาวิลเลียม(พ่อของนางเอก)และเจ้าหญิงนาตาชา (นางเอก) แห่งอาณาจักรกรีนเดอร์แลนด์ เสด็จมาเป็นพยานการตัดสินโทษของสึนะ ด้านนอกลานประหารก็มีประชาชนมากมายต่างพากันมาดูการประหารครั้งนี้ ทุกๆคนต่างเห็นใจสึนะเป็นอย่างมาก พวกเขาต่างรู้ดีว่าสึนะนั้นไม่ได้ทำผิด แต่ก็ไม่สามารถทำอะไรไม่ได้
ในขณะนั้นเอง ผมซึ่งเป็นตัวร้ายประจำเมือง เดินคู่มากับยูมะ พอเดินมาถึงหน้าลานประหาร ผมหันไปบอกกับยูมะว่า
"ยูมะ เธอไปรออยู่ตรงนี้อย่าไปไหนเด็ดขาดนะ" พอผมพูดเสร็จก็เดินไปยังกลางลานประหาร
"ห้ามคนนอกเข้าไปในลานประหาร" ทหารคนนึงเข้ามาขวางผมไว้
"ข้าคือฮิเดโยชิ อิจิกะ พวกเจ้ายังไม่รีบไสหัวไปอีกหรอ" ผมพูดออกมาเสียงดัง พวกทหารต่างพากันกลัวจนลนลานรีบเปิดทางให้ผมผ่านเข้าไป (เป็นตัวร้ายก็ดีเหมือนกันมีแต่คนกลัว แบบนี้ก็มันมม.. นะซิ)
พอผมเดินเข้าไปถึงกลางลานประหารทุกคนต่างพากันเงียบเสียงพร้อมกับจ้องมาที่ผมเป็นตาเดียว ผมเดินมาหยุดที่ตรงหน้าสึนะพร้อมกับหัวเราะ
"ฮ่าๆๆ"
"ฮ่าๆๆ"
"ฮ่าๆๆ ก่อนที่แกจะตาย ฉันมีบางอย่างจะบอกแก เป็นของขวัญก่อนไปนรก แกจะได้ตายตาหลับ ฉันเป็นคนจัดฉากแกเองแหละ" ผมพยายามพูดพร้อมกับหัวเราะเสียงดังๆ
"แก!!!!" สึนะตะโกนด้วยความโกรธ
"รู้ไหม!!!.. อั้ยยาที่ทหารเจอนั้น ฉันใช้ให้คนเอาไปไว้เองแหละ ฮ่าๆๆๆ....ฉันแค่อยากรู้ว่าอั้ยทัตสึยะ อั้ยคนที่แกเทิดทูนบูชา จะช่วยแก่ยังไง แต่ดูสิ!!!..มันกลับไม่ทำอะไรเลยยย.. แถมมันยังควงสาวๆมาดูแกตาย อย่างหน้าตาเฉยอีก เสียแรงนะ ที่แกอุสาเป็นลิ่วล้อติดตามสร้างภาพให้มันดูเป็นคนดี ได้สาวๆไปตั้งมากมาย แต่เวลาแกเดือดร้อน มันกลับยืนเฉยๆ ไม่คิดจะช่วยแกแม้แต่น้อย จำเอาไว้หนูโสโครกอย่างพวกแก ฉันทำยังไงก็ได้ เสร็จจากงานนี้แล้ว ฉันจะไปที่บ้านของแก แล้วข่มขื่นแม่แก น้องสาวของแกด้วย เสร็จแล้วฉันจะฆ่าทุกๆคนในบ้านของแกให้หมด" ผมยังคงตะโกนเสียงดังแล้วหันไปทางฝูงชน
"ดูนั้นสิ วันนี้วันอะไรกัน ทำไมพวกมดปลวกมากันเยอะแยะ และที่นั่งตรงนั้นนะ พวกขุนนางใช่ไหมนั้น โอ้ๆๆ...ที่นั่งตรงไกลๆนั้นราชนิกุลนิ ต่างพากันมาคับคั่งเลยนะ เฮอๆๆ...แต่พอดูดีๆแล้ว ข้ากลับไม่เห็นมนุษย์เลยสักคนเดียว ที่เห็นก็มีแต่พวกแมลงชั้นต่ำ อืมมม...คิดดูดีๆแล้ว พวกคนเหล่านี้มันต่ำเสียยิ่งกว่าแมลงเสียอีก เจ้าว่าไหม??? คนพวกนี้มันไม่ใช่มนุษย์หรอก พวกมันไม่มีจิตวิญญาณ พวกมันพูดไม่ได้เต็มปากด้วยซ้ำว่ามันคือมนุษย์ คนที่จะเป็นมนุษย์ได้นั้น ต้องมีความคิดต้องมีเจตนารมณ์ พระเจ้าทรงประธานอิสรภาพให้แก่มนุษย์ทุกคน อิสรภาพในการตัดสินใจทำสิ่งที่ถูก อิสรภาพในการลุกขึ้นสู้กับความอยุติธรรม หากผู้ใดปล่อยมันไปเพียงเพราะความเห็นแก่ตัว คนผู้นั้นก็ไม่ต่างจากแมลงหรอก เจ้าว่าจริงหรือไม่? ประชาชนของอาณาจักรแห่งนี้มีแต่แมลง ไม่เห็นมีมนุษย์เลยแม้แต่คนเดียว ผู้คนเหล่าปล่อยให้ทั้งตัวและทั้งใจกลายเป็นแมลงไปเสียแล้ว เอาเถอะอย่างน้อยถ้าเจ้าตายไปเสียตอนนี้ เจ้าก็จะไม่ต้องมาคอยทนทุกข์ กับพวกแมลงชั้นต่ำ ที่ทำตัวหน้าอย่างหลังอย่างแบบนี้ เสแสร้งแกล้งทำตัวเป็นคนดี แต่พอมีปัญหากลับนิ่งดูดาย อ้า...ได้เวลาแล้วรีบๆประหารมันเสีย ข้ายังมีธุระที่ต้องทำอีก ส่วนเจ้าสึนะ...เจ้าไม่ต้องห่วงนะอีกไม่นาน ครอบครัวของเจ้าก็จะตามเจ้าไปเร็วนี้หละ หลังจากที่ฆ่าข่มขื่นแม่กับน้องสาวเจ้าเสร็จ" ผมพยายามปลุกอารมณ์ฝูงชนอย่างสุดกำลัง ด้วยสีหน้าท่าทางและน้ำเสียงที่ดูถูก เย้ยหยัน ยั่วยุอารมณ์ สร้างความโกรธแค้นให้ฝูนชนเป็นที่สุด
"ทนไม่ไหวแล้ว โว้ย!!!"ประชาชนต่างพากันลุกฮือ แต่ไม่สามารถฝ่าทหารได้สกัดเอาไว้ได้
"ท่านพ่อ เขาเลวทรามเกินกว่าจะรับไหว ท่านพ่อต้องจัดการเขานะคะ"เจ้าหญิงนาตาชากล่าวด้วยน้ำเสียงที่เกลียดยัง
"ใจเย็นก่อน นาตาชาดูไปเฉยๆ เจ้าความใช้ความคิดตริตรองให้มาก แล้วเจ้าจะเข้าใจในสิ่งที่หมุ่นน้อยนั้นทำ" พระราชาวิลเลียมตรัสพร้อมกับอมยิ้ม ส่วนเจ้าหญิงนาตาชานั้นไปแต่ขมวดคิ้วไม่เข้าใจในสิ่งที่เสด็จพ่อได้กล่าว
ด้านนอกประชาชนลุกฮืออย่างต่อเนื่อง ผมก็ยังไม่หยุดตะโกนด่าทอประชาชน พวกชาวเมืองต่างทนไม่ไหวพากันขว้างปาข้าวของใส่จนทำให้ผมฟกช้ำดำเขียวไปทั้งตัว ทหารต้องใช้เวลานานกว่าจะระงับเหตุได้ เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์วุ่นวายขึ้นมาอีก ผู้พิพากษาเลยสั่งเลื่อนการประหารชีวิตออกไปก่อน ฝูงชนจึงได้สลายตัวทยอยกลับบ้านเหลือเพียงพวกเพื่อนพ้องของสึนะและผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีเท่านั้น
ณ ลานประหาร เหลือเพียงพระราชาวิลเลียม เจ้าหญิงนาตาชา และผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง
เจ้าหญิงนาตาชามองหน้าผมด้วยสีหน้ารังเกียจอย่างไม่ปิดบัง ปกติแล้วนาตาชาเป็นคนเรียบร้อยอ่อนหวานเสมอ ใครเห็นจะต้องหลงรัก เธอมักจะยิ้มแย้มตลอดเวลาเป็นมิตรกับทุกๆ คนตามเนื้อเรื่องอิจิกะก็เป็นคนนึงที่หลงรักนาตาชา รักจนยอมทำทุกอย่างรักจนโงหัวไม่ขึ้น ทำยังไงก็ได้ขอแค่ให้ได้เธอมาครอบครอง ถึงขนาดยอมทำสิ่งที่ผิด สิ่งเลวร้าย ยอมเป็นคนเลวในสายตาของทุกๆ คน แต่เธอก็ไม่เคยหันมาเหลียวแล จนกระทั้งวินาทีสุดท้ายที่เขากำลังจะตายเธอยังคงไม่หันมามองแม้แต่หางตา ผิดกับทัตสึยะไม่ว่าจะทำอะไร มีผู้หญิงกี่คน นาตาชาก็ไม่เคยว่าไม่เคยเกลียด
พอมาคิดดูดีๆแล้ว ผมก็ได้แต่หัวเราะทั้งน้ำตาให้กับความน่าสมเพชของอิจิกะ มันช่างเหมือนกับชีวิตเก่าของผมเสียจริง โง่งมงายกับผู้หญิงที่ไม่เคยเห็นค่า แต่นั้นมันก็เป็นอดีตไปแล้ว ตั้งแต่ที่ผมตื่นขึ้นมาได้มีโอกาสเริ่มต้นใหม่ ผมก็ได้สาบานกับตนเองว่า ผมจะไม่มีวันเอาชีวิตของตัวเองไปทิ้งให้กับผู้หญิงคนเดียว ผู้หญิงที่ไม่เคยคิดจะเห็นค่ามันเลย
ความฝันอย่างเดียว ในตอนนี้ของผมคือ หาความสุขใส่ตัวและทำให้ทุกคนในตระกูลมีความสุข ผมจะไม่ยอมให้หายนะเกิดขึ้นอีก ผมจะต้องแก้ไขมันเปลี่ยนชะตากรรมให้จงได้
"สวัสดี ฮิเดโยชิ อิจิกะ ใช่ไหมโตขึ้นเยอะเลยนะ ไม่เห็นหน้าเสียนาน น่าจะสัก2-3ปี แล้วมั้ง ทำไมไม่มาเยี่ยมบ้างหละ" พระราชาวิลเลียมกล่าว
"....."นาตาชาทำท่าทางลำบากใจที่จะตอบ
"กระหม่อมมิบังอาจ รบกวนเจ้าหญิงนาตาชาหรอกพะยะค่ะ" ผมตอบกลับด้วยท่าทีสุภาพ
"อะไรกันพูดธรรมดาเถอะ ไม่ต้องทำห่างเหินขนาดนั้นเลย ข้ากับบิดาของเจ้าก็เป็นสหายกัน เจ้าเองเมือตอนเด็กๆ เจ้ากับนาตาชาก็เป็นเพื่อนเล่น สนิทสนมกันดีออกนิ"พระราชาวิลเลียมกล่าวด้วยร้อยยิ้มที่อบอุ่น
"ขอบพระทัยพะยะค่ะ"ผมตอบกลับด้วยท่าทีที่นอบน้อม
"ว่าแต่ว่าการแสดงของเจ้าวันนี้สนุกดีนะ แต่ออกจะระห่ำเกินเหตุ เจ้าควรคิดถึงผลที่ตามมาด้วย ทำแบบนี้เจ้าก็ได้กลายตัวร้ายของคนทั้งเมืองไปแล้ว น่าจะคิดให้รอบคอบกว่านี้หน่อยสิ" พระราชาวิลเลียมกล่าวอย่างยิ้มๆ
"แบบนี้ดีแล้วพะยะค่ะ ถือว่าเป็นโทษที่กระหม่อมสมควรจะได้รับ ส่วนใครจะมองว่ากระหม่อมว่าเป็นตัวร้ายยังไงก็สุดแล้วแต่พวกเขาเถอะ" ผมตอบด้วยน้ำเสียงสุภาพพร้อมกลับหันไปจ้องหน้านาตาชาด้วยสายตาที่เย็นยา
พระราชาวิลเลียมได้แต่ยิ้มๆ ส่วนเจ้าหญิงนาตาชากลับตกใจกับกากระทำที่ไม่คาดคิดของอิจิกะ
"โอ้...เกินกว่าที่เราคาดเอาไว้ นี้เจ้าตั้งใจอยากเล่นบทตัวร้ายที่คนทั้งเมืองเกลียดงั้นหรอ ทำแบบนี้เจ้าจะได้อะไร มีแต่เสียกับเสียป่าวๆ" พระราชาวิลเลียมกล่าว
"ที่กระหม่อมทำแบบนี้มีเหตุผล 2 ประการพะยะค่ะ ประการแรกเพื่อหยุดการประหาร เนื่องจากนักโทษในคดีนี้ มิได้กระทำความผิดแต่อย่างใด หายใช้เวลาตรวจสอบดูอีกสักหน่อย ก็จะสามารถสืบหายผู้กระผิดได้มิยาก สุดท้ายตระกูลของกระหม่อมก็จะเสียชื่อเสียงที่สั่งสมมานาน เพราะเป็นคนที่ใส่ร้ายผู้บริสุทธิ์
ส่วนประการที่ 2 หากตัวกระหม่อมออกมายอมรับเสียเอง ความผิดก็จะตกอยู่ที่ตัวกระหม่อมเพียงผู้เดียว ตระกูลของกระหม่อมมิได้มีส่วนเกี่ยวข้องแต่อย่างใด อีกทั้งตัวกระหม่อมก็มีประกาศิตอภัยโทษที่ไดรับสืบทอดกันมา ทำให้ไม่ต้องกันโทษตามกฎหมาย เพียงแค่ต้องโทษให้ไปทำงานที่ชายแดนเป็นเวลา 2 เดือนตามกฎของตระกูลก็เท่านั้น" ผมอธิบายเหตุผลในการตัดสินใจ
"เฮอๆ..ดูเหมือนว่าเจ้าจะเตรียมการเอาไว้หมดแล้วสินะ ...ผู้พิพากษาจัดการตามที่เจ้าหมุ่นนี้กล่าวก็แล้วกัน" พระราชาวิลเลียมกล่าวกับผู้พิพากษา
"หากไม่มีอะไรแล้วกระหม่อมขออนุญาต กลับไปเตรียมตัวเดินทางนะพะยะค่ะ" ผมพูดเสร็จแล้วค่อยทำความเคารพโค้งคำนับให้พระราชาวิลเลียมเท่านั้นแล้วเดินออกจากลานประหารไป โดยที่ไม่สนใจจะทำความเคารพเจ้าหญิงนาตาชาแม้แต่น้อย
พออิจิกะเดินออกจากลานประหารไป เจ้าหญิงนาตาชา ทัตสึยะและเหล่าเพื่อนของทัตสึยะ ต่างพากันแปลกใจกับท่าทางที่แปลกไปของอิจิกะ เมื่อก่อนอิจิกะนั้นจะคอยตามตื้อเจ้าหญิงนาตาชา ทุกครั้งที่มีโอกาส แต่วันนี้อิจิกะเขาไม่สนใจไม่เหลียวแลเจ้าหญิงนาตาชา แถมยังช่วยสึนะยอมรับโทษ ไปอยู่ชายแดนที่แสนจะลำบาก เพียงเพื่อช่วยชีวิตสึนะคนที่เป็นศัตรูของเขา ไม่ว่าจะมองอย่างไรการกระทำของอิจิกะน่าสงสัยเป็นที่สุด มันไม่มีเหตุผลเอาเสียเลย
"เสด็จพ่อคะ อิจิกะเขาต้องการอะไรกันแน่คะ" นาตาชากล่าวถามบิดาด้วยความสงสัย
"เวลาจะดูคน ให้ดูที่ความคิดและการกระทำของเขา มิใช่ฟังแต่คำพูดที่หวานหู กิริยาชวนมอง ของพวกนั้นมีไว้แค่ประดับแต่ไร้ค่าหากประโยชน์มิได้ นาตาชาเจ้าต้องหัดมองคนให้เป็น หากเจ้ายังหลงกับคำพูดเยินยอสักวันเจ้าจะต้องเสียใจ เข้าใจไหมลูก"พระราชาวิลเลียมกล่าวกับบุตรสาวด้วยรอยยิ้มบางๆ ปนเศร้านิดๆ พร้อมหันไปมองหน้าทัตสึยะ
"คะเสด็จพ่อลูกจะจำไว้"นาตาชาตอบบิดาด้วยรอยยิ้ม
"ถ้าเจ้าเข้าใจๆก็ดี หวังว่าคงจะไม่สายเกินไป ข้าไม่อยากเห็นเจ้าต้องเสียใจทีหลัง" พระราชาวิลเลียมกล่าวพร้อมกับเสด็จออกไปจากลานประหาร
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น