บทที่ 6 ถ้ำในป่าอาถรรพ์
พวกเราเดินทางมาถึงถ้ำๆ หนึ่ง ผมเดาว่าถ้ำนี้น่าจะใช่ถ้ำที่ตามเนื้อเรื่องทัตสึยะจะมาเอาพลังแสนขี้โกงไปเพื่อเคลียร์เกม ทั้งภูมิประเทศ สภาพแวดล้อม ที่บ่งบอกว่ามันเป็นจุดที่ถูกต้อง
"ที่นี่แหละ"
ผมมองไปที่ถ้ำขนาดใหญ่ และให้ผู้ติดตามกลับไปก่อน
"พวกเจ้ากลับไปก่อน ไม่ต้องห่วงข้า..ถ้ามีปัญหาอะไรเดี๋ยวอุปกรณ์ส่งสัญญาณจะเตือนพวกเจ้าเอง"ผมพูดกับผู้ติดตามทั้ง 5 คน
"มันอันตรายนะขอรับ...นายน้อย...ให้ำวกกระผมค่อยปกป้องนายน้อยดีกว่านะขอรับ" บรรดาผู้ติดตามพยายามหว่านล้อมให้อิจิกะเปลี่ยนใจ
"มันไม่เป็นอะไรหรอ พวกเจ้าก็ได้ประจักษ์ฝีมือข้ากับตาแล้วนิ" ผมตอบ
"......." ผู้ติดตาม
"พวกเจ้ากลับไปเถอะ ถ้ามีอะไรเดี๋ยวข้าติดต่อไป" ผมตอบกลับเหล่าผู้ติดตาม
พวกผู้ติดตามได้กลับไปอย่างไม่เต็มใจนัก อิจิกะสัมผัสได้ถึงความเป็นห่วงของคนเหล่านั้น มันทำให้เขารู้สึกอบอุ่นในหัวใจ
"ยังมีอยู่สินะคนที่เป็นห่วงและรักเราจริงๆ" ผมพูดออกมาอย่างแผ่วเบา
หลังจากยืนมองดูผู้ติตามเดินจากไปจนสายตา ผมเดินเข้าไปในถ้ำขนาดใหญ่ที่อยู่ข้างในป่าอาถรรพ์ ปากถ้ำนั้นกว้างและมีรูปปั้นของเทพผู้สร้างโลก
ผมยกยิ้มขึ้นมาเล็กน้อยก่อนจะนำยันต์ระเบิด ยันต์สายฟ้าและสายชนวนออกมาจากแหวนมิติ แล้วนำไปติดตั้งที่จุดต่างๆชองถ้ำ
"ตามเนื้อเรื่องแล้ว ........เจ้าทัตสึยะมันเดินโง่ๆ เข้าไปเลยเจออุปสรรคเยอะแยะ จนไปเจอบททดสอบของเทพผู้สร้างโลกเข้า แถมด่านนี้ในเกมส์ก็โคตรยาก จนต้องพึ่งสปอยด์ในเว็บ แต่เราก็เคลียร์มาหลาบครั้งจนเห็นช่องโหว่ในด่านนี้ พอกลับมาเล่นก็เคลียร์ได้ง่ายๆ" ในระหว่างที่พูดอยู่นั้นผมก็จัดแจงเครื่องมือจนเสร็จสิ้นจากนั้นก็เริ่มทำตามแผนที่วางไว้ในหัว
"วางยันต์ระเบิดไว้ตรงจุตรงนั้น วางยันต์สายฟ้าไว้นี้ จากนั้นก็เดินสายชนวนที่เตรียมไว้โดยไม่ออกนอกเขตปลอดภัย จากนั้น....." เมื่อจัดวางเสร็จสิ้น ผมก็หยิบตัวจุดระเบิดเท่าฝ่ามือมาจุด
ตู้มมม~
ตู้มมม~
ตู้มมม~
ชิ้นส่วนของกับดักทั้งหมดค่อยๆ ละลายกลายเป็นของเหลวและแตกสลายไปที่ละอัน เสร็จแล้วผมก็เดินเข้าไปในถ้ำเพื่อนำพลังสุดแสนขี้โกงมา
เปรี้ยง~!!
เปรี้ยง~!!
เปรี้ยง~!!
เสียงฟ้าผ่าพร้อมกับแสงเส้นยึกยือ ผ่าลงมามอดไหม้กับดักเป็นขี้เถ้าหลายสิบอัน ผมสามารถฝ่าฟันอุปสรรคต่างๆมากมายราวกับกดสูตรโกง นี่คือสิ่งพวกพระเอ๊ก พระเอก ไม่สามารถทำได้เพราะมันขี้โกงมาก
"ตามที่คิดไว้เป๊ะ!" จากนั้นตรงหน้าผมก็มีแสงสีทองสว่างออกมาจากรูปภาพ ชายชราในชุดขาว หน้าตาดูใจดี
เทพผู้สร้างโลก
"ยินดีด้วยท่านผู้กล้าที่สามารถผ่านด่านเข้ามาได้ เราขอแสดงความนับถือแก่ท่าน"เทพผู้สร้างโลกกล่าวด้วยรอยยิ้ม
(ตามสคริปท์เป๊ะ) ผมแอบคิดในใจ
"ด้วยเหตุนี้...... เราจะขอมอบพรให้ท่าน 3 ประการ ท่านผู้กล้าประสงค์สิ่งใด?"เทพผู้สร้างโลกกล่าวต่อ
"มาแล้ว.... พร 3 ประการ" ผมคิดในใจ
"พรข้อแรก ผมขอพรสวรรค์ ไม่ว่าจะเป็นสติปัญญาหรือทางร่างกายมากกว่าคนทั่วไป 1,000 เท่า” ผมบอกต่อเทพผู้สร้างโลก
"1,000 เท่าไม่ได้หรอก มากไปให้แค่ 100 เท่านั้น"เทพผู้สร้างโลกส่ายหัว
" 100 เท่าก็ได้ครับ" ผมตอบเทพผู้สร้างโลก 100 เท่า ดีกว่าไม่ได้
"พรข้อที่ 2 ผมขอความรู้ทั้งหมดขอโลกนี้แล้วของโลกในชาติที่แล้ว" ผมร้องขอออกไปทั้งที่หวั่นๆ ไม่รู้เทพผู้สร้างโลกจะรู้จักหรอป่าว (แต่ก็น่าจะรู้หละมั้ง ไม่เห็นจะขัดเรื่องเกมส์เลยนิ)
"อืม....ออกจะมากไปนะ...แต่ก็ได้ไม่มีปัญหา"เทพผู้สร้างโลกคิดนิดนึง
"พรข้อข้อสุดท้าย!!!...ผมข้อให้เพิ่มพรอีก 100 ข้อ" ผมพูดออกไปพร้อมกับฉีกยิ้มกว้าง
"ไม่ได้!!!!...ไม่ได้เด็ดขาดแบบนี้มันโกงชัดๆ อย่างมากะล่อนนะเฟ้ย!!.."เทพผู้สร้างโลกพูดแบบโกรธนิดๆ ที่ถูกอิจิกะโกง
"อ้าว...ก็ผมไม่รู้นิ..ลุงเองนั้นแหละบอกเองว่าขออะไรก็ได้นิลุง พอผมขอก็มาโกรธใส่ผมอะ..ฮือๆๆ"ผมแกล้งตีหน้าเศร้าๆ
"เฮ้ย...ข้าไม่ได้ดุเจ้าสักหน่อย เจ้าอย่าพึ่งร้องนะ เอาแบบนี้แล้วกันข้าให้ระบบ AI แบบพวกเกมส์ RPG แล้วกันดีไหม หยุดร้องได้แล้ว" เทพผู้สร้างโลกปลอบอิจิกะ
ผมที่ยังแกล้งตีหน้าเศร้า พอได้ยินแบบนั้นก็คลี่ยิ้มออกมาทันที(อะ..มุขนี้ได้ผล ได้ระบบAI มาฟรีๆ แถมยังเหลือพรอีก 1 ข้อ)
"พรข้อสุดท้าย ผมของชีวิตอมตะ" ผมที่กำลังฉีดยิ้มอยู่ก็ได้ขอพรกับเทพผู้สร้างโลก
"ไม่ได้...ถ้าเจ้าอยากได้ชีวิตอมตะต้องไปแสวงหาน้ำพุแห่งชีวิตเอง ข้าให้เจ้าไม่ได้"เทพผู้สร้างโลก
"งั้น..ผมของสกิลหยุดเวลาแล้วกัน" ผมร้องขอออกไปอีกครั้ง
"ไม่ได้...มันอันตรายเกินไป ถ้าเจ้าเอาไปใช้ในทางที่ไม่ดีโลกนี้ก็จะเดือดร้อน"เทพผู้สร้างโลกตอบกลับอย่างอดทน
"นั้นก็ไม่ได้...นี้ก็ไม่ได้...ฮือๆ...ถ้าผมนำไปใช้ในทางที่ไม่ดีพระเจ้าก็แค่ยึดคืนไปก็หมดเรื่องนิครับไม่เห็นจะต้องดุกันเลย..ฮือ" ผมทำทีแกล้งจะร้องไห้อีกเพื่อพระเจ้าจะใจอ่อน
"เอาๆ...งั้นก็ได้ข้าใจะให้สกิลย้อนเวลาแทนแล้วกัน เจ้าตกลงไหม"
"โห้!!!...สกิลย้อนเวลายอดเยียมไปเลยท่านเทพ" ผมร้องตะโกนดีใจออกมา
"อย่าพึ่งดีใจเกินไปเจ้าจะต้องทำสัญญากับข้าก่อน ยื่นมือของเจ้าออกมาทำพันธสัญญาก่อน ถ้าเจ้าใช้พลังไปเข่นฆ่าผู้บริสุทธิ์ เจ้าจะต้องตกตายลงในทันทีไม่เหลือแม้แต่เศษซาก เจ้าเข้าใจไหม" เทพผู้สร้างโลกตอบด้วสีหน้าจริงจัง
"พันธสัญญา ท่านหมายถึงสัญญาเลือดนะหรอครับ"
"ไม่ใช่สัญญาเลือด พันธสัญญาในที่นี้มันก็คือ เจ้าจะกลายมาเป็นเทพเช่นเดียวกับพวกข้า เจ้าจะไม่สามารถเข่นฆ่าผู้บริสุทธิ์ได้ ถ้าหากเจ้าเข่นฆ่าผู้บริสุทธิ์ เจ้าจะต้องตกตายลงในทันทีไม่เหลือแม้แต่เศษซาก เจ้าเข้าใจไหม"เทพผู้สร้างโลกตอบ
"แล้วถ้าเป็นการป้องกันตัวหละครับ ผมทำได้ไหม ถ้าผมลงมือเผลอเกินกว่าเหตุหละจะเป็นอย่างไร แล้วเฉพาะแต่กับมนุษย์เท่านั้นหรอ สัตว์อสูร ปีศาจหละรวมด้วยไหมครับ" ผมถามเพื่อให้แน่ใจจะได้รู้ขอบเขต
"ถ้าป้องกันตัวทำได้ ถึงตายก็ไม่มีปัญหา"เทพผู้สร้างโลกตอบ
"ผมงงไปหมดแล้วสรุปคือยังไงครับ มนุษย์ฆ่าได้ไหม"ผมถามเพราะไม่เข้าใจคำตอบ
"พวกมนุษย์เจ้าฆ่าได้ เฉพาะคนเลว ในกรณีผู้บริสุทธิ์เจ้าสามารถป้องกันตัวได้ ถ้าลงมือหนังเกินไปจนผู้บริสุทธิ์เสียชีวิตก็ไม่ถือว่าผิดเพราะถือเป็นการป้องกันตัว
ส่วนพวกสัตว์อสูรหรือปีศาจนั้น เจ้าสามารถฆ่าได้ แต่ถ้าพวกสัตว์อสูรหรือปีศาจยอมจำนนเจ้าห้ามฆ่าเด็ดขาด"เทพผู้สร้างโลกอธิบาย
"พันธสัญญาหละครับ ทำไมต้องให้ผมทำพันธสัญญาด้วยหละครับ ผมไม่เข้าใจ"
"เรื่องที่ให้เจ้าพันธสัญญาก็เพื่อ ไม่ให้เจ้านำพลังไปทำร้ายผู้บริสุทธิ์ เพราะเผ่าพันธุ์เทพนั้นไม่สามารถเข่นฆ่าผู้บริสุทธิ์ได้ ถ้าหากฝ่าฝืนจะโดนทัณฑ์สวรรค์แตกดับไม่เหลือเศษซาก เจ้าเข้าใจแล้วหรือยัง ต่อไปนี้เจ้าไม่ใช่มนุษย์ หรือคนของตระกูลฮิเดโยชิอีกต่อไปเจ้าคือพวกเราเผ่าพันธุ์เทพ"
"เออ..หมายความว่าต่อไปนี้ผมไม่ใช่มนุษย์แต่เป็นเทพ ถ้างั้นพิธีสาบานเลือดที่ทำกับราชวงศ์ก็ไม่มีผลกับผมอีกแล้วนะสิ"ผมถามย้ำเพราะความชัวร์
"ถูกต้อง"เทพผู้สร้างโลกกล่าว
"ห้าๆๆฮ้าๆๆๆ..ต่อไปก็ไม่ต้องมาเป็นสุนัขรับใช้ราชวงศ์อีกแล้วสุดยอดไปเลย"ผมหัวเราะออกมาเสียงดัง (ใครมันอยากจะเป็นเบ๊ไปจนตายกัน)
"อย่าพึ่งดีใจไป เผ่าพันธุ์เทพนั้นยังมีขอเสียอยู่นิดหน่อยนะ"เทพผู้สร้างโลกกล่าวอย่างตะกุกตะกัก
"ขอเสียที่ว่ามันคืออะไรหรอครับ หรือเรื่องที่ไม่ให้ฆ่าคนสงเดช ถ้าเป็นเรื่องนั้นสบายมากผมไม่ชอบทำรายใครอยู่แล้ว"ผมตอบกลับไป (ผมไม่ใช่พวกโรคจิตนะที่ชอบไล่ฆ่าคนไปทั่ว)
"มันไม่ใช่เรื่องนั้นหรอ เออ..มันเป็นเรื่อง..เออการสืบพันธุ์นะ"เทพผู้สร้างโลกพูดอ้อมแอ้ม
"แล้วมันเป็นยังไมหละครับ มัวแต่อึดอักอยู่นั้น พูดมาตรงๆจะได้จบๆไปสักที"ผมตอบกลับเพราะรู้สึกรำคาญนิดๆแล้ว
"เผ่าพันธุ์เทพนั้นมีปัญหาเรื่องการมีบุตรยาก ถ้าพวกเราเหล่าเทพจะการมีบุตรจะต้องใช้เวลาในการร่วมรักกันอย่างไม่หยุดพักเป็นปีๆถึงจะมีทายาทสักคน เพราะฉนั้นเผ่าพันธุ์จึงมีจำนวนน้อยกว่าเผ่าพันธุ์อื่นๆไงหละ"
"โฮ้..เรื่องแค่นี้เอง..ซะที่ไหนกันเล่าใครจะมีแรงอึ๊บกันตลอดเวลาไม่หยุดพักเป็นปีได้ แบบนี้มันบ้าไปแล้ว"ผมโว้ยวายออกไป
"เอาน่าเจ้าทำได้...เผ่าพันธุ์ของเรานั้นสามารถร่วมรักต่อเนื่องเป็นปีๆ ได้อย่างสบายๆ ไม่ต้องกลัวจะหมดแรงหรอ อย่างมากมันก็แค่ใช้เวลาในการทำบุตรนานกว่าปกติก็เท่านั้น"เทพผู้สร้างโลกตอบแบบชิลล์ๆ
"แค่ใช้เวลาในนานกว่าปกติ พูดไปได้แถวบ้านผมเขาไม่เรียกว่าแค่หรอกนะครับ"
"เอาน่าตอนนี้เจ้าอย่าคิดอะไรมากเลยไปสนุกกับพรที่ข้าให้เจ้าซะ"เทพผู้สร้างโลกกล่าวจบก็หายไป ภาพวาดภายในถ้ำก็สูญสลายกลายเป็นควัน
สติของผมก็เริ่มเลือนลาง ความเจ็บปวดที่ยากเกินกว่าจะบรรยายถาโถมเข้ามา ผมทรุดลงไปดิ้นทุรนทุรายไปกับพื้น เหมือนร่ายกายจะแหกเป็นเสี่ยงๆ สุดท้ายก็สลบไป
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น