บทที่ 5 ป่าอาถรรพ์
รีอัสรีบมาดักรออิจิกะที่กระโจม ตั้งแต่รุ้งเช้าแต่กลับต้องผิดหวังเพราะอิจิกะออกเดินทางตั้งแต่ยังไม่ทันจะรุ้งสาง
"ฝากเอาไว้ก่อนเถอะ เด็กบ้า!!!" รีอัส้รองบอกด้วยความหงุดหงิด
พวกผมออกเดินทางตั้งแต่ยังไม่ทันจะรุ้งสาง มาจนถึงลำธารที่ชายป่าเบื้องหน้า บรรยากาศรอบด้านเต็มไปด้วยหมอกหนามองไม่เห็นสิ่งใดนอกจากหมอก ยังดีที่มีแสงอาทิตย์ไม่มืดครึ้มเกินไป ที่แห่งนี้คือป่าอาถรรพ์อันเลื่องชื่อ เป็นสถานที่อันเลวร้ายที่เต็มไปด้วยสัตว์อสูรอันดุร้ายมากมาย
ป่าอาถรรพ์อยู่ไม่ห่างจากเขตชายแดนของอาณาจักรเท่าใดนักแค่ไม่กี่สิบกิโลเมตรเท่านั้น ทว่าเพราะความอันตรายกลับไม่มีสิ่งใดเข้ามาในป่าสายหมอกเลยแม้แต่น้อยนิด เหล่าทหารทั้งหลายไม่อยากย่างกรายเข้าใกล้ แม้ว่าในป่าอาถรรพ์นั้นจะเต็มไปด้วยทรัพยากรจำนวนมาก แต่ใครจะกล้าเสี่ยงท้าทายกับสัตว์อสูรระดับสูงพวกนี้กัน
พวกผมเดินมาได้สักพัก ก็ต้องหยุดลงเพราะเบื้องหน้าของพวกผมนั้น ปรากฏร่างสูง 3 เมตร เป็นเสือที่มีดวงตาสีแดงฉาน ทำให้มันดูน่าเกรงขามและชวนให้ขนพองสยองเกล้า
กรรร!!!!
มันขู่คำรามเสียงดังและปากก็เต็มน้ำลายเหนียวๆไหลย้อยออกมามันคือสัตว์อสูร!!!
พวกผมเผชิญหน้ากับสัตว์อสูรที่น่ากลัวกระนั้น ตัวผมกลับไม่ได้รู้สึกตื่นกลัวเลยแม้แต่น้อย จิตใจของผมกลับสงบนิ่งเป็นอย่างมาก ทั้งๆที่สัตว์อสูรอยู่เบื้องหน้า แต่ผมไม่มีความหวาดกลัว นี่มันน่าแปลกเกินไปแล้ว
(เกิดอะไรขึ้นกับเราอีกแล้วเนี่ย เราไม่รู้สึกกลัว กับอันตรายอยู่ข้างหน้าแต่น้อย ผมได้แต่งุนงงกับความรู้สึก)
กรรร!!!!
กรรร!!!!
มันขู่คำรามอีกครั้งพร้อมทั้งกระโจนเข้าใส่พวกผม พลังลมปราณแผ่ออกมาจากร่างจางๆ สำหรับในโลกนี้สายพลังปราณคือสายด้านกายภาพ พลังลมปราณสามารถทำให้ร่างกายแข็งแกร่งและทรงพลังสรุปง่ายมันเป็นพวกใช้กำลังในการต่อสู้นั่นเอง
ส่วนสายเวทมนตร์คือพวกที่โจนตีระยะไกล ร่างกายของคนพวกนั้นจะไม่ได้แข็งแกร่งเท่าไร แต่จะมีพลังโจมตีที่ทรงพลังกว่าสายลมปราณ คนทั่วไปจะมีพลังแค่สายเดียว แต่อิจิกะนั้นมีทั้ง 2 สาย (ก็เป็นตัวโกงอะเนอะ พลังเลยโกง)
ผมได้เพ่งสายตาจ้องมองเจ้าเสือร้ายที่พุ่งเข้ามา ทันใดนั้นภาพทุกอย่างช้าลงราวกับโหมดสโลโมชั่น มันอ้าปากกว้างโชว์ฟันอันแหลมคม
“นี่แกคิดจะกินฉันงั้นเจ้าแมวน้อย!!!”ผมพูดขึ้นมาพลางเงื้อหมัดซัดสวนเข้าไปที่เบ้าตาของเจ้าแมวหน้าโง่
ความจริงผมคิดจะหนีแต่ไม่รู้ทำไม ผมถึงเลือกที่จะซัดหมัดออกไป มันสามารถไม่มีเหตุผลจะมาอธิบายได้ ผมก็แค่อยากซัดหมัดก็เท่านั้น แม้จะตายก็ไม่เสียดาย
เปรี้ยง!
หมัดของเขาซัดเข้าเต็มเบ้าตาของเจ้าแมวหน้าโง่ หัวของมันสะบัดออกไปพร้อมทั้งเลือดสาดกระจายออกมาอย่างรุนแรง
ผมคิดว่าเรื่องที่ผมมองภาพช้าลง มีพลังกายอันน่าเหลือเชื่อ ระดับการตอบสนองที่ว่องไว และจิตใจที่แสนจะโหดร้าย น่าจะติดตัวมาจากเจ้าของร่างเก่าก็เป็นไปได้
มันร้องคำรามอย่างเจ็บปวด ร่างของมันสั่นเทา
“คึๆๆๆ ฮ่าๆๆๆ เป็นยังไงเจ้าแมวหน้าโง่ โดนหมัดซัดจนหน้าแหกไปเลย ยังไม่รีบหนีไปอีกหรอ!” ผมพูดพร้อมกับหัวเราะเสียงดัง
สัตว์อสูรร้ายเห็นดังนั้นพุ่งออกหนีเข้าไปในป่าอาถรรพ์ พวกผมก็ได้เดินทางต่อ ระหว่างทางก็เจอสัตว์อสูรอยู่บ้างแต่ก็ไม่มาก ผมสามารถจัดการพวกมันได้สบายๆ
“โอ้! เราแข็งแกร่งขนาดนั้นเลยหรือ?”ผมพูดกับตัวเองเบาๆ
รีอัสรีบมาดักรออิจิกะที่กระโจม ตั้งแต่รุ้งเช้าแต่กลับต้องผิดหวังเพราะอิจิกะออกเดินทางตั้งแต่ยังไม่ทันจะรุ้งสาง
"ฝากเอาไว้ก่อนเถอะ เด็กบ้า!!!" รีอัส้รองบอกด้วยความหงุดหงิด
พวกผมออกเดินทางตั้งแต่ยังไม่ทันจะรุ้งสาง มาจนถึงลำธารที่ชายป่าเบื้องหน้า บรรยากาศรอบด้านเต็มไปด้วยหมอกหนามองไม่เห็นสิ่งใดนอกจากหมอก ยังดีที่มีแสงอาทิตย์ไม่มืดครึ้มเกินไป ที่แห่งนี้คือป่าอาถรรพ์อันเลื่องชื่อ เป็นสถานที่อันเลวร้ายที่เต็มไปด้วยสัตว์อสูรอันดุร้ายมากมาย
ป่าอาถรรพ์อยู่ไม่ห่างจากเขตชายแดนของอาณาจักรเท่าใดนักแค่ไม่กี่สิบกิโลเมตรเท่านั้น ทว่าเพราะความอันตรายกลับไม่มีสิ่งใดเข้ามาในป่าสายหมอกเลยแม้แต่น้อยนิด เหล่าทหารทั้งหลายไม่อยากย่างกรายเข้าใกล้ แม้ว่าในป่าอาถรรพ์นั้นจะเต็มไปด้วยทรัพยากรจำนวนมาก แต่ใครจะกล้าเสี่ยงท้าทายกับสัตว์อสูรระดับสูงพวกนี้กัน
พวกผมเดินมาได้สักพัก ก็ต้องหยุดลงเพราะเบื้องหน้าของพวกผมนั้น ปรากฏร่างสูง 3 เมตร เป็นเสือที่มีดวงตาสีแดงฉาน ทำให้มันดูน่าเกรงขามและชวนให้ขนพองสยองเกล้า
กรรร!!!!
มันขู่คำรามเสียงดังและปากก็เต็มน้ำลายเหนียวๆไหลย้อยออกมามันคือสัตว์อสูร!!!
พวกผมเผชิญหน้ากับสัตว์อสูรที่น่ากลัวกระนั้น ตัวผมกลับไม่ได้รู้สึกตื่นกลัวเลยแม้แต่น้อย จิตใจของผมกลับสงบนิ่งเป็นอย่างมาก ทั้งๆที่สัตว์อสูรอยู่เบื้องหน้า แต่ผมไม่มีความหวาดกลัว นี่มันน่าแปลกเกินไปแล้ว
(เกิดอะไรขึ้นกับเราอีกแล้วเนี่ย เราไม่รู้สึกกลัว กับอันตรายอยู่ข้างหน้าแต่น้อย ผมได้แต่งุนงงกับความรู้สึก)
กรรร!!!!
กรรร!!!!
มันขู่คำรามอีกครั้งพร้อมทั้งกระโจนเข้าใส่พวกผม พลังลมปราณแผ่ออกมาจากร่างจางๆ สำหรับในโลกนี้สายพลังปราณคือสายด้านกายภาพ พลังลมปราณสามารถทำให้ร่างกายแข็งแกร่งและทรงพลังสรุปง่ายมันเป็นพวกใช้กำลังในการต่อสู้นั่นเอง
ส่วนสายเวทมนตร์คือพวกที่โจนตีระยะไกล ร่างกายของคนพวกนั้นจะไม่ได้แข็งแกร่งเท่าไร แต่จะมีพลังโจมตีที่ทรงพลังกว่าสายลมปราณ คนทั่วไปจะมีพลังแค่สายเดียว แต่อิจิกะนั้นมีทั้ง 2 สาย (ก็เป็นตัวโกงอะเนอะ พลังเลยโกง)
ผมได้เพ่งสายตาจ้องมองเจ้าเสือร้ายที่พุ่งเข้ามา ทันใดนั้นภาพทุกอย่างช้าลงราวกับโหมดสโลโมชั่น มันอ้าปากกว้างโชว์ฟันอันแหลมคม
“นี่แกคิดจะกินฉันงั้นเจ้าแมวน้อย!!!”ผมพูดขึ้นมาพลางเงื้อหมัดซัดสวนเข้าไปที่เบ้าตาของเจ้าแมวหน้าโง่
ความจริงผมคิดจะหนีแต่ไม่รู้ทำไม ผมถึงเลือกที่จะซัดหมัดออกไป มันสามารถไม่มีเหตุผลจะมาอธิบายได้ ผมก็แค่อยากซัดหมัดก็เท่านั้น แม้จะตายก็ไม่เสียดาย
เปรี้ยง!
หมัดของเขาซัดเข้าเต็มเบ้าตาของเจ้าแมวหน้าโง่ หัวของมันสะบัดออกไปพร้อมทั้งเลือดสาดกระจายออกมาอย่างรุนแรง
ผมคิดว่าเรื่องที่ผมมองภาพช้าลง มีพลังกายอันน่าเหลือเชื่อ ระดับการตอบสนองที่ว่องไว และจิตใจที่แสนจะโหดร้าย น่าจะติดตัวมาจากเจ้าของร่างเก่าก็เป็นไปได้
มันร้องคำรามอย่างเจ็บปวด ร่างของมันสั่นเทา
“คึๆๆๆ ฮ่าๆๆๆ เป็นยังไงเจ้าแมวหน้าโง่ โดนหมัดซัดจนหน้าแหกไปเลย ยังไม่รีบหนีไปอีกหรอ!” ผมพูดพร้อมกับหัวเราะเสียงดัง
สัตว์อสูรร้ายเห็นดังนั้นพุ่งออกหนีเข้าไปในป่าอาถรรพ์ พวกผมก็ได้เดินทางต่อ ระหว่างทางก็เจอสัตว์อสูรอยู่บ้างแต่ก็ไม่มาก ผมสามารถจัดการพวกมันได้สบายๆ
“โอ้! เราแข็งแกร่งขนาดนั้นเลยหรือ?”ผมพูดกับตัวเองเบาๆ
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น