วันพุธที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562

บทที่ 5 ป่าอาถรรพ์

บทที่ 5 ป่าอาถรรพ์

       รีอัสรีบมาดักรออิจิกะที่กระโจม ตั้งแต่รุ้งเช้าแต่กลับต้องผิดหวังเพราะอิจิกะออกเดินทางตั้งแต่ยังไม่ทันจะรุ้งสาง

       "ฝากเอาไว้ก่อนเถอะ เด็กบ้า!!!" รีอัส้รองบอกด้วยความหงุดหงิด

       พวกผมออกเดินทางตั้งแต่ยังไม่ทันจะรุ้งสาง มาจนถึงลำธารที่ชายป่าเบื้องหน้า บรรยากาศรอบด้านเต็มไปด้วยหมอกหนามองไม่เห็นสิ่งใดนอกจากหมอก ยังดีที่มีแสงอาทิตย์ไม่มืดครึ้มเกินไป ที่แห่งนี้คือป่าอาถรรพ์อันเลื่องชื่อ เป็นสถานที่อันเลวร้ายที่เต็มไปด้วยสัตว์อสูรอันดุร้ายมากมาย

       ป่าอาถรรพ์อยู่ไม่ห่างจากเขตชายแดนของอาณาจักรเท่าใดนักแค่ไม่กี่สิบกิโลเมตรเท่านั้น ทว่าเพราะความอันตรายกลับไม่มีสิ่งใดเข้ามาในป่าสายหมอกเลยแม้แต่น้อยนิด เหล่าทหารทั้งหลายไม่อยากย่างกรายเข้าใกล้ แม้ว่าในป่าอาถรรพ์นั้นจะเต็มไปด้วยทรัพยากรจำนวนมาก แต่ใครจะกล้าเสี่ยงท้าทายกับสัตว์อสูรระดับสูงพวกนี้กัน 

       พวกผมเดินมาได้สักพัก ก็ต้องหยุดลงเพราะเบื้องหน้าของพวกผมนั้น ปรากฏร่างสูง 3 เมตร เป็นเสือที่มีดวงตาสีแดงฉาน ทำให้มันดูน่าเกรงขามและชวนให้ขนพองสยองเกล้า

       กรรร!!!!

       มันขู่คำรามเสียงดังและปากก็เต็มน้ำลายเหนียวๆไหลย้อยออกมามันคือสัตว์อสูร!!!

       พวกผมเผชิญหน้ากับสัตว์อสูรที่น่ากลัวกระนั้น ตัวผมกลับไม่ได้รู้สึกตื่นกลัวเลยแม้แต่น้อย จิตใจของผมกลับสงบนิ่งเป็นอย่างมาก ทั้งๆที่สัตว์อสูรอยู่เบื้องหน้า แต่ผมไม่มีความหวาดกลัว นี่มันน่าแปลกเกินไปแล้ว

       (เกิดอะไรขึ้นกับเราอีกแล้วเนี่ย เราไม่รู้สึกกลัว กับอันตรายอยู่ข้างหน้าแต่น้อย ผมได้แต่งุนงงกับความรู้สึก)

       กรรร!!!!

       กรรร!!!!

       มันขู่คำรามอีกครั้งพร้อมทั้งกระโจนเข้าใส่พวกผม พลังลมปราณแผ่ออกมาจากร่างจางๆ สำหรับในโลกนี้สายพลังปราณคือสายด้านกายภาพ พลังลมปราณสามารถทำให้ร่างกายแข็งแกร่งและทรงพลังสรุปง่ายมันเป็นพวกใช้กำลังในการต่อสู้นั่นเอง

       ส่วนสายเวทมนตร์คือพวกที่โจนตีระยะไกล ร่างกายของคนพวกนั้นจะไม่ได้แข็งแกร่งเท่าไร แต่จะมีพลังโจมตีที่ทรงพลังกว่าสายลมปราณ คนทั่วไปจะมีพลังแค่สายเดียว แต่อิจิกะนั้นมีทั้ง 2 สาย (ก็เป็นตัวโกงอะเนอะ พลังเลยโกง)

       ผมได้เพ่งสายตาจ้องมองเจ้าเสือร้ายที่พุ่งเข้ามา ทันใดนั้นภาพทุกอย่างช้าลงราวกับโหมดสโลโมชั่น มันอ้าปากกว้างโชว์ฟันอันแหลมคม

       “นี่แกคิดจะกินฉันงั้นเจ้าแมวน้อย!!!”ผมพูดขึ้นมาพลางเงื้อหมัดซัดสวนเข้าไปที่เบ้าตาของเจ้าแมวหน้าโง่

       ความจริงผมคิดจะหนีแต่ไม่รู้ทำไม ผมถึงเลือกที่จะซัดหมัดออกไป มันสามารถไม่มีเหตุผลจะมาอธิบายได้ ผมก็แค่อยากซัดหมัดก็เท่านั้น แม้จะตายก็ไม่เสียดาย

       เปรี้ยง!

       หมัดของเขาซัดเข้าเต็มเบ้าตาของเจ้าแมวหน้าโง่ หัวของมันสะบัดออกไปพร้อมทั้งเลือดสาดกระจายออกมาอย่างรุนแรง 

       ผมคิดว่าเรื่องที่ผมมองภาพช้าลง มีพลังกายอันน่าเหลือเชื่อ ระดับการตอบสนองที่ว่องไว และจิตใจที่แสนจะโหดร้าย น่าจะติดตัวมาจากเจ้าของร่างเก่าก็เป็นไปได้

       มันร้องคำรามอย่างเจ็บปวด ร่างของมันสั่นเทา

“คึๆๆๆ ฮ่าๆๆๆ เป็นยังไงเจ้าแมวหน้าโง่ โดนหมัดซัดจนหน้าแหกไปเลย ยังไม่รีบหนีไปอีกหรอ!” ผมพูดพร้อมกับหัวเราะเสียงดัง

       สัตว์อสูรร้ายเห็นดังนั้นพุ่งออกหนีเข้าไปในป่าอาถรรพ์ พวกผมก็ได้เดินทางต่อ ระหว่างทางก็เจอสัตว์อสูรอยู่บ้างแต่ก็ไม่มาก ผมสามารถจัดการพวกมันได้สบายๆ

       “โอ้! เราแข็งแกร่งขนาดนั้นเลยหรือ?”ผมพูดกับตัวเองเบาๆ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น